“บุหรี่ไฟฟ้า” อันตรายกว่าที่คิด มีความผิดทั้งผู้นำเข้า ผู้ขายและผู้ใช้
ศูนย์อนามัยที่ 11 นครราชสีมา เผยความเข้าใจผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า เช่น บุหรี่ไฟฟ้าไม่เป็นอันตราย เป็นเครื่องมือช่วยเลิกบุหรี่ หรือบุหรี่ไฟฟ้าช่วยลดการเกิดโรคมะเร็ง โดยเน้นย้ำว่า บุหรี่ไฟฟ้าถือว่ามีอันตรายรุนแรงเทียบเท่ากับบุหรี่ธรรมดา จากการวิจัยล่าสุดพบว่า “บุหรี่ไฟฟ้า” ทำลายดีเอ็นเอของเซลล์ในช่องปาก
เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง สารเคมีในบุหรี่ไฟฟ้า เช่น นิโคติน ซิลิเกต และฟอร์มาลดีไฮด์ เป็นอันตรายและส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ หัวใจและหลอดเลือด ทางเดินอาหาร ระบบประสาท และระบบการทำงานของร่างกาย ทำให้เกิดอาการเหนื่อยหอบ หายใจอ่อนแรง และความสามารถในการออกกำลังกายลดลง
ภูมิคุ้มลดลง ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดเชื้อ โรคต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
ด้านรศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยบุหรี่ไฟฟ้า อันตรายแม้ไร้ควัน เนื่องจากมีสารเคมีอื่นอีกหลายชนิดที่อันตรายต่อสุขภาพ อาทิ นิโคติน ทำให้เสพติดการสูบ โพรพิลีนไกลคอล ทำให้ระคายเคืองตา ทางเดินหายใจ ทำให้ไอ ปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน กลีเซอรีน เพราะเมื่อผสมกับโพรพิลีนไกลคอล ยิ่งทำให้ไอ หลอดลมตีบ หอบเหนื่อย สารประกอบอันตราย เช่น สารหนู โลหะหนัก ฟอร์มัลดีไฮด์ เบนซีน ซึ่งอาจก่อมะเร็ง และสารปรุงแต่งกลิ่น รส และอื่น ๆ บางตัวอาจทำให้ปอดอักเสบรุนแรง อาทิ วิตามินอี อะซีเตท
บุหรี่ไฟฟ้ามีไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้ามีขนาดเล็กกว่าบุหรี่ธรรมดา จึงถูกสูดเข้าไปในปอด
ได้ลึกกว่า จับเนื้อเยื่อปอด และดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้เร็ว ยากที่ร่างกายจะขับออกมาได้หมด
การสูบบุหรี่ไฟฟ้า ยังทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง และส่งผลต่อพัฒนาการของสมองทั้งต่อทารกในครรภ์ เด็ก และวัยรุ่นอีกด้วย
ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นสินค้าผิดกฎหมาย มีความผิดทั้งผู้นำเข้า ผู้ขายและผู้ใช้
กรณีผู้ขายหรือผู้ให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า ผู้ใดขายหรือให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาเติม มีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ
กรณีผู้นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า มีความผิดตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 5 เท่า ของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ กับให้ริบบุทรี่ไฟฟ้า รวมทั้งสิ่งที่ใช้บรรจุ และพาหนะใดๆ ที่ใช้ในการบรรทุกสินค้าบุหรี่ไฟฟ้านั้นด้วย นอกจากนั้นยังเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือ ปรับไม่เกิน500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งริบของนั้นก็ได้
ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่
กรณีผู้ครอบครองหรือรับไว้ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้า อันเป็นสินค้าห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรจะมีความผิดฐาน ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง ตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ เมื่อบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้ามแม้จะไม่มีเจตนาหรือไม่รู้ว่าเป็นของมีความผิด ก็ต้องถูกริบให้ตกเป็นของแผ่นดินและนำไปทำลายตามกฎหมายของศุลกากร สคบ.จะดำเนินคดีกับผู้ลักลอบจำหน่าย หรือให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ หรือบารากู่ไฟฟ้าทุกราย หากผู้ใดพบเห็นการจำหน่ายหรือให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า บารากู่
หรือบารากู่ไฟฟ้า
สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) 1166
(ในวันและเวลาราชการ) และ ผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ "ระบบร้องทุกข์ผู้บริโภค" หรือ โมบายแอปพลิเคชั่น "OCPB Connect " ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งสถานีตำรวจในท้องที่ที่พบการขายบุหรี่ไฟฟ้า
อยากเลิกบุหรี่ไฟฟ้า สามารถโทรศัพท์ปรึกษาได้ที่ สายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 ให้บริการฟรี สำหรับคนไทยทุกสิทธิ สามารถให้คำปรึกษาเลิกบุหรี่ได้ทั้งสำหรับคนที่สูบบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า