<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวเด่น]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/index/id/57</link>
<atom:link href="https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/index/id/57" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA["ศุภมาส" สั่ง สคบ. ผนึกตำรวจ-ขนส่ง ตามล่าคนขับแอปทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ บี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิด เร่งเยียวยา กู้ภาพลักษณ์ประเทศ]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/508572</link>
<guid isPermaLink="false">643a5f5ffb5f9d6b16ed1d06fe3d8dee</guid>
<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 09:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&quot;ศุภมาส&quot; สั่ง สคบ. ผนึกตำรวจ-ขนส่ง ตามล่าคนขับแอปทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ บี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิด เร่งเยียวยา กู้ภาพลักษณ์ประเทศ</p>

<p>.</p>

<p>วันนี้ (1 มิถุนายน 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สั่งการด่วนให้นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นวัย 52 ปี ที่ถูกคนขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันชื่อดังไล่ลงกลางทางย่านอโศก โดยอ้างว่าค่าโดยสารไม่คุ้มระยะทาง ก่อนตามลงมาทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ ตามที่เพจเฟซบุ๊ก &quot;เจ๊ม้อย v+&quot; เผยแพร่ สอดรับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว</p>

<p>.</p>

<p>นางสาวศุภมาส กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ละเมิดสิทธิผู้บริโภคอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ผู้บริโภคหมายถึงผู้ใช้สินค้าหรือผู้รับบริการ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นคนไทย นักท่องเที่ยวรายนี้จึงได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมคนไทย และตามมาตรา 4 ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับความปลอดภัยจากการใช้บริการ คือเรียกรถแล้วต้องถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ไม่ใช่ถูกทิ้งกลางทางหรือถูกทำร้าย มีสิทธิได้รับความเป็นธรรม เมื่อทำความตกลงจองรถและจ่ายค่าโดยสารแล้ว คนขับต้องส่งถึงปลายทาง จะอ้างว่าค่าโดยสารไม่คุ้มแล้วไล่ลงกลางทางไม่ได้ และมีสิทธิได้รับการชดเชยเมื่อเกิดความเสียหาย กรณีนี้เข้าข่ายครบทุกข้อ</p>

<p>.</p>

<p>ทั้งนี้ สคบ. กำหนดเรียกบริษัทผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเข้าชี้แจงในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ สคบ. เพื่อตรวจสอบมาตรการคัดกรองคนขับและบทลงโทษ พร้อมเรียกร้องให้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดชอบและเยียวยาความเสียหาย และในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 จะเชิญผู้ประกอบการในลักษณะเดียวกันประมาณ 13 ราย มาประชุมวางแนวทางกำกับดูแลให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน</p>

<p>.</p>

<p>&quot;ดิฉันยอมให้ผู้ให้บริการที่ไร้ความรับผิดชอบเอาเปรียบและทำร้ายผู้บริโภคไม่ได้ ยิ่งผู้เสียหายเป็นนักท่องเที่ยว เป็นแขกบ้านแขกเมือง เรื่องนี้กระทบกับภาพลักษณ์ประเทศ แพลตฟอร์มต้นสังกัดต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยและความเสียหายของผู้โดยสารที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่แบนคนขับออกจากระบบแล้วถือว่าจบ&quot; นางสาวศุภมาส กล่าว</p>

<p>.</p>

<p>นางสาวศุภมาส กล่าวว่า กรณีนี้สะท้อนปัญหาเชิงระบบทั้งตัวรถ ตัวคนขับ และระบบคัดกรองของแพลตฟอร์ม จึงสั่งการให้ สคบ. บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเร่งติดตามตัวคนขับที่หลบหนีมาดำเนินคดี กรมการขนส่งทางบกที่กำกับตัวรถและใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ที่กำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมและให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่ผู้เสียหาย และรายงานผลภายใน 30 วัน</p>

<p>.</p>

<p>นางสาวศุภมาส ยังชื่นชมน้ำใจพลเมืองดีในพื้นที่ที่เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจนเหตุไม่บานปลาย โดยกล่าวว่า &quot;น้ำใจของคนไทยในยามคับขันคือสิ่งที่ช่วยกอบกู้ความรู้สึกและภาพลักษณ์ของประเทศไว้ได้ รัฐบาลขอขอบคุณจากใจจริง&quot;</p>

<p>.</p>

<p>หากพบพฤติกรรมที่กระทบสิทธิผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ ร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ <a href="https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Focpb.go.th%2F%3Ffbclid%3DIwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExVWt4Z25hdWtsNkdQaGNPTHNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR5TUbpxwhX9kkBsnyBpe6U8NaaCrsRz3vqCpA9msr9LD5QffmbYZPhxXb6YJw_aem_uWAqien8qhAzU_riM4PWNA&amp;h=AUBeRrqd9g40pcxZFHHkU4RZ0QAlFv2RKPuJPhR4nhoYbp36T7D_OESEwN8SF-MsPsM5lYPfF_F0tVy-kp9xAVKO4TwIIN-dJOswRXuGq-aS-idS2WVLUYjehECRaqem34EIomag_V1PGA&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AUBxnsoVN9aqg85efBk1Q5nqJQcfPUZ57QS8mzZlFBs0jYpSpBPmMyyU5XVjg0fG0AcsiyLoOsBYbNdj2led48h_qO6YZkQhB2uFn_M-IwNRMyVQvzHBEMg9ssLe8Tp1F91b1o5bQwPg4DKw8UnRzWCmJ0INYnQ_VgaivJ6zcby1IUMpMOokQmWULqDS3PJBGghWuJqw04P8CsFzLYMDAeqNbw" rel="nofollow noreferrer" role="link" tabindex="0" target="_blank">ocpb.go.th</a> และศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ติดต่อสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/202606029e21501baecf8cff24d77b9cf97c976d095959.jpg' type='image/jpg' length='29010' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ “นวัคคหายุสมธัมม์” ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ ​วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ พระอุโบสถ วัดราชาธิวาสวิหาร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/508568</link>
<guid isPermaLink="false">9f34751f62f01ef7260b0dd68bb077be</guid>
<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 09:58:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ &ldquo;นวัคคหายุสมธัมม์&rdquo; ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ ​วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ พระอุโบสถ วัดราชาธิวาสวิหาร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร</p>

<p>นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ &ldquo;นวัคคหายุสมธัมม์&rdquo; เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตลอดจนพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน</p>

<p>การจัดพิธีในครั้งนี้ สำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับวัดราชาธิวาสวิหารจัดขึ้น เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย พร้อมกันนี้ ผู้เข้าร่วมพิธีได้ร่วมกันเจริญจิตตภาวนา อธิษฐานจิตขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน มีพระอนามัยสมบูรณ์แข็งแรง และทรงเป็นฉัตรแก้วร่มเย็นของปวงชนชาวไทยสืบไป&nbsp;</p>

<div data-oembed-url="https://www.facebook.com/share/p/1CZLNaC7Px/">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 0; position: relative; padding-bottom: 66.6667%; padding-top: 120px;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/3mlnnrjq?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script>
</div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/20260602cea152fe6ac7dbc240bf81a69e12cddf095840.jpg' type='image/jpg' length='55183' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลดัน AI ช่วยร้านค้ารายย่อย เปิดตัว “นกกระซิบ” ผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน–ราคาวัตถุดิบ เริ่มใช้งาน 1 มิถุนายนนี้]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/508567</link>
<guid isPermaLink="false">a4195dfe1971d65569c6ce8ce93fc217</guid>
<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 09:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>รัฐบาลดัน AI ช่วยร้านค้ารายย่อย เปิดตัว &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; ผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยวิเคราะห์ยอดขาย&ndash;ต้นทุน&ndash;ราคาวัตถุดิบ เริ่มใช้งาน 1 มิถุนายนนี้</p>

<p>(1 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการรายย่อยและร้านค้าชุมชน ด้วยการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการร้านค้า ผ่านการเปิดให้บริการ &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; ผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อช่วยร้านค้าในโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส 60/40&rdquo; เข้าถึงข้อมูลสำคัญและบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>

<p>รองโฆษกฯ กล่าวว่า &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; เป็น AI Chatbot สำหรับร้านค้า ที่ช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับโครงการไทยช่วยไทย พลัส และการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ บนแอปพลิเคชันถุงเงิน โดยร้านค้าสามารถพิมพ์คำถาม หรือเลือกคำถามแนะนำ (Preset Question) เพื่อสอบถามข้อมูลได้ทันที ช่วยลดขั้นตอนการค้นหาข้อมูล และเพิ่มความสะดวกในการใช้งานระบบดิจิทัลของภาครัฐ</p>

<p>นอกจากนี้ รัฐบาลยังต่อยอดศักยภาพของ AI ให้ช่วยผู้ประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจได้แบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และวางแผนบริหารร้านค้าได้แม่นยำมากขึ้น โดยมีฟีเจอร์สำคัญ ได้แก่</p>

<p>1. วิเคราะห์ยอดขายอัตโนมัติ</p>

<p>&ldquo;นกกระซิบ&rdquo; จะนำข้อมูลการขายจริงของร้านค้ามาสรุปให้อ่านง่าย เพื่อช่วยเจ้าของร้านบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการสรุปยอดขายรายวัน จำนวนรายการขาย วิเคราะห์ช่วงเวลาทองที่ขายดีที่สุด รวมถึงช่วยวางแผนสต็อกสินค้าและการจัดเตรียมพนักงานให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่มีลูกค้าหนาแน่น</p>

<p>2. เช็กราคากลางวัตถุดิบรายวัน</p>

<p>AI จะเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อแสดงราคากลางเฉลี่ยของวัตถุดิบสำคัญ เช่น หมู ไก่ และเนื้อสัตว์ต่าง ๆ แบบวันต่อวัน ช่วยให้ร้านค้าติดตามต้นทุนได้สะดวกขึ้น และตัดสินใจวางแผนการซื้อวัตถุดิบได้แม่นยำ</p>

<p>3. คำนวณกำไรและต้นทุนเบื้องต้น</p>

<p>ระบบจะช่วยให้ร้านค้าวิเคราะห์ต้นทุนปัจจุบัน เปรียบเทียบกับราคาขาย เพื่อช่วยประเมินว่าราคาสินค้าที่ตั้งไว้มีกำไรเพียงพอหรือไม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและวางแผนธุรกิจระยะยาว</p>

<p>ทั้งนี้ &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; รองรับการใช้งานบนแอปพลิเคชันถุงเงิน เวอร์ชัน 5.50.0 ขึ้นไป และเปิดให้ร้านค้าทุกประเภทสามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อเข้าสู่ระบบในฐานะเจ้าของร้านค้า</p>

<p>นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจฐานราก โดยต้องการให้ร้านค้าสามารถใช้ข้อมูลจริงมาช่วยตัดสินใจทางธุรกิจ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และแข่งขันได้ในเศรษฐกิจยุคดิจิทัล</p>

<p>&ldquo;รัฐบาลต้องการให้ AI เป็นเครื่องมือสร้างโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก ให้เข้าถึงข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น ใช้เทคโนโลยีช่วยวางแผนธุรกิจได้จริง และใช้ประโยชน์จากมาตรการของรัฐได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ&rdquo; รองโฆษกฯ กล่าว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/2026060285e8737521df56a1cc0bf768b0871c4b095742.jpg' type='image/jpg' length='33583' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จิตอาสาพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี กับพระราชปณิธาน "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ"]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/508565</link>
<guid isPermaLink="false">e6007e4f3e0e0975bd6edbb9a7472eab</guid>
<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 09:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>จิตอาสาพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี กับพระราชปณิธาน &quot;เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ&quot;</p>

<p>สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงมีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการแบ่งเบาพระราชภารกิจของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยทรงเน้นการส่งเสริมความสมัครสมานสามัคคีผ่านโครงการ &quot;จิตอาสาพระราชทาน&quot; ตามแนวพระราชดำริ พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม มุ่งเน้นให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีความรัก ความสามัคคี และร่วมกันทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพื่อให้ประเทศชาติมีความมั่นคงและพสกนิกรมีความสุขอย่างยั่งยืน</p>

<p>ในห้วงวิกฤตการณ์ต่าง ๆ พระองค์ทรงขับเคลื่อนงานจิตอาสาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรอย่างใกล้ชิด ดังเช่น ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทรงเย็บหน้ากากผ้าด้วยพระองค์เองเพื่อเป็นต้นแบบในการผลิตพระราชทานแก่ประชาชน รวมถึงการพระราชทานเครื่องมือแพทย์และถุงยังชีพผ่านเครือข่ายจิตอาสาไปยังพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้ เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยหรือสาธารณภัยในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งสองพระองค์จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยทหารและประชาชนจิตอาสาร่วมกันเข้าช่วยเหลือ ฟื้นฟู และมอบสิ่งของพระราชทานเพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้ประสบภัยโดยทันที</p>

<p>พระราชกรณียกิจผ่านโครงการจิตอาสาพระราชทานนี้ มิได้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการสร้างรากฐานทางสังคมที่เข้มแข็งผ่านการ &ldquo;ปลูกจิตสำนึกรักบ้านเกิด&rdquo; และการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชน ด้วยพระราชหฤทัยที่ทรงต้องการให้หน่วยงานทุกภาคส่วนและประชาชนทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทำให้โครงการจิตอาสาพระราชทานกลายเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความสุขที่ยั่งยืนแก่คนไทย ภายใต้พระราชปณิธานในการ &ldquo;สืบสาน รักษา และต่อยอด&rdquo; พลังแห่งความดีให้แผ่ไพศาลไปทั่วผืนแผ่นดินไทย&nbsp;</p>

<div data-oembed-url="https://www.facebook.com/share/p/1D4ELfbwod/">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 170px; position: relative;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/Rp5JPIJy?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script></div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/202606022e01e444f122e028def660cf19d6c587095705.jpg' type='image/jpg' length='46058' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“Pride Month 2026” ตอกย้ำความสำเร็จกฎหมายสมรสเท่าเทียม ความเท่าเทียมทางเพศ กระตุ้นการท่องเที่ยว ดันไทยสู่เจ้าภาพ World Pride 2030]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/508560</link>
<guid isPermaLink="false">f26bb9568d60b298119e195bf0040fc1</guid>
<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 09:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;Pride Month 2026&rdquo; ตอกย้ำความสำเร็จกฎหมายสมรสเท่าเทียม ความเท่าเทียมทางเพศ กระตุ้นการท่องเที่ยว ดันไทยสู่เจ้าภาพ World Pride 2030</p>

<p>Pride Month หรือ &ldquo;เดือนแห่งความภาคภูมิใจ&rdquo; เป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ ส่งเสริมความเท่าเทียม สิทธิมนุษยชน และการยอมรับความแตกต่างในสังคม โดยมีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์ Stonewall Riots ในนครนิวยอร์ก เมื่อปี ค.ศ. 1969 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลก จึงทำให้เดือนมิถุนายนได้รับการกำหนดให้เป็น Pride Month และมีการจัดกิจกรรมรณรงค์เฉลิมฉลองในหลายประเทศทั่วโลก</p>

<p>ซึ่งประเทศไทยเริ่มต้นจัดงาน Pride ครั้งแรกในปี 2542 ภายใต้ชื่องาน &ldquo;Bangkok Gay Festival 1999&rdquo; หลังจากนั้นได้มีการจัดงาน Pride Month ในประเทศไทยอย่างจริงจังในช่วงปี 2022&ndash;2025 และในปี 2025 รัฐบาลได้เปิดกิจกรรม Amazing Thailand Love Wins Festival ภายใต้โครงการ Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจของชุมชน LGBTQIAN+ ทั่วโลก เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่สนับสนุนความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ พร้อมเป็น Pride Destination ระดับโลกอย่างแท้จริง</p>

<p>พร้อมทั้งผลักดัน &ldquo;กฎหมายสมรสเท่าเทียม&rdquo; จนประสบความสำเร็จ มีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 23 มกราคม 2568 เพื่อมอบสิทธิให้กับบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศไม่ว่าเพศใดสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียมภายใต้กฎหมาย ซึ่งกลุ่ม LGBTQ+ ยังเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยว การจ้างงาน และส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะสังคมที่เปิดกว้างและเคารพความหลากหลาย</p>

<p>การจัดงาน &ldquo;Bangkok Pride Festival 2026&rdquo; จึงเป็นการสะท้อนความสำเร็จของประเทศไทยในการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยจะมีการจัดกิจกรรม Pride Month ทุกภูมิภาคตลอดเดือนมิถุนายน 2569 และเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน &ldquo;World Pride 2030&rdquo; เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีรุ้ง (Rainbow Economy) ส่งเสริมการท่องเที่ยว ยกระดับทุนทางวัฒนธรรม และสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียมและการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/20260602534770daf10f292645dd5fffd8792bf1095403.jpg' type='image/jpg' length='66953' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พม. MOU ขับเคลื่อนจังหวัดนําร่องเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ เตรียมพร้อมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Pride 2030]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/507627</link>
<guid isPermaLink="false">1a51021c46e46a15d49bc38d39919545</guid>
<pubDate>Fri, 29 May 2026 10:28:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>พม. MOU ขับเคลื่อนจังหวัดนําร่องเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ เตรียมพร้อมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Pride 2030</p>

<p>นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือภาคีในการขับเคลื่อนจังหวัดนำร่องเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ (Pride City Network) โดยการลงนาม MOU ครั้งนี้ เป็นการประสานความร่วมมือเพื่อยกระดับจังหวัดให้เป็นพื้นที่แห่งความเท่าเทียม ปลอดภัย และมีความพร้อมในทุกมิติสู่มาตรฐานสากล เพื่อการเตรียมความพร้อมและสนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพระดับโลก World Pride 2030 ของประเทศไทย</p>

<p>หากสำเร็จจะเป็นครั้งแรกที่งานระดับโลกนี้จะถูกจัดขึ้นบนพื้นที่ทวีปเอเชีย เนื่องจากกรุงเทพมหานคร ถูกนำเสนอในฐานะ &ldquo;เมืองที่ให้คุณได้เป็นตัวเองอย่างแท้จริง&rdquo; (The city that lets you be yourself) และกลุ่ม LGBTQ+ ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง มีกำลังซื้อสูง มีความถี่ในการเดินทางบ่อย และระยะเวลาพำนักยาวนานกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งตลาดท่องเที่ยวของชาว LGBTQ+ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี สำหรับประเทศไทยการจัดงาน Pride Month ในแต่ละปีสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ไม่ต่ำกว่า 4,000 - 10,000 ล้านบาท</p>

<p>นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ต เตรียมจัดงาน &ldquo;Phuket Pride Festival 2026&rdquo; ระหว่างวันที่ 1 - 7 มิถุนายน 2569 ซึ่งสะท้อนถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสร้างสังคมที่เปิดกว้าง เคารพในความหลากหลาย ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม และยกระดับเทศกาล Pride ของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล เป็นมิตร ปลอดภัย ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความเท่าเทียม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/20260529fc376f168f9c3416f1b94b8797aeb91b102821.jpg' type='image/jpg' length='62301' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทย - เวียดนาม สัมพันธ์แน่นแฟ้น ร่วมมือเศรษฐกิจ เดินหน้าสู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/507626</link>
<guid isPermaLink="false">985d9b5b4f07694d7ec9a5a530ed28c7</guid>
<pubDate>Fri, 29 May 2026 10:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ไทย - เวียดนาม สัมพันธ์แน่นแฟ้น ร่วมมือเศรษฐกิจ เดินหน้าสู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน</p>

<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 27 &ndash; 28 พฤษภาคม 2569 พร้อมร่วมเปิดงาน Thailand&ndash;Viet Nam Business Forum 2026 ภายใต้แนวคิด &ldquo;Growing Together: Celebrating 50 Years of Thailand&ndash;Viet Nam Relations&rdquo; เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย&ndash;เวียดนาม และตอกย้ำการยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์</p>

<p>นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไทยและเวียดนามเป็นสองประเทศเศรษฐกิจสำคัญของอาเซียน ที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจเกื้อกูลกัน และพร้อมร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต ผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันสู่เป้าหมาย 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยย้ำแนวคิด &ldquo;Three Connects&rdquo; ได้แก่ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจท้องถิ่น และยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ซึ่งได้เปิดตัวตราสัญลักษณ์เฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย&ndash;เวียดนาม ภายใต้แนวคิด &ldquo;Growing Together&rdquo; หรือ &ldquo;เติบโตไปด้วยกัน&rdquo; สะท้อนถึงมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความร่วมมือที่แน่นแฟ้น ของทั้งสองประเทศ</p>

<p>นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ข้ามชาติ การหลอกลวงออนไลน์ การทำประมงผิดกฎหมาย การส่งเสริมการลงทุนและการพัฒนาในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของทั้งสองประเทศและภูมิภาคอาเซียนในอนาคต โดยนายกรัฐมนตรี ได้เลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายโต เลิม ภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนมิตรภาพที่ใกล้ชิดระหว่างผู้นำไทยและเวียดนาม และความผูกพันทางประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทยเคยเป็นสถานที่พำนักของประธานาธิบดีโฮจิมินห์</p>

<p>ปัจจุบันยังมีอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ 3 แห่ง ที่จังหวัดอุดรธานี นครพนม และพิจิตร ที่สำคัญ &ldquo;อาหาร&rdquo; &ldquo;วัฒนธรรม&rdquo; และ &ldquo;การท่องเที่ยว&rdquo; ยังเป็นสะพานสำคัญที่เชื่อมโยงประชาชนของทั้งสองประเทศเข้าหากัน อาหารเวียดนามได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ขณะที่ละครและซีรีส์ไทยได้รับความนิยมในเวียดนาม และช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเวียดนามเดินทางมาเยือนไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/202605292dcd4c652f31b5b004b2ae11d2baa718102744.jpg' type='image/jpg' length='43737' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงรับ นายโต เลิม (Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และนางโง เฟือง ลี (Mrs. Ngo Phuong Ly) ภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/507625</link>
<guid isPermaLink="false">173db1d6f7d68e41620b953eb06be4cd</guid>
<pubDate>Fri, 29 May 2026 10:25:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงรับ นายโต เลิม (Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และนางโง เฟือง ลี (Mrs. Ngo Phuong Ly) ภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล</p>

<p>วันนี้ (๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ) เวลา ๑๗.๒๑ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงรับ นายโต เลิม (Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และนางโง เฟือง ลี (Mrs. Ngo Phuong Ly) ภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล</p>

<p>โดยเมื่อวันที่ ๑๕ ถึงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายเล ดึ๊ก แองห์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในขณะนั้น รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินและเสด็จเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอีกหลายครั้ง</p>

<p>ประเทศไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๑๙ ซึ่งเป็นก้าวแรกของความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศและเป็นพื้นฐานของการดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอยู่ในระดับที่ดี และมีพลวัตอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญซึ่งกันและกัน โดยทั้งสองประเทศได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) ระหว่างกันเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ ต่อมา ได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็ง (Strengthened Strategic Partnership) เมื่อปี ๒๕๖๒ และล่าสุดได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) เมื่อปี ๒๕๖๘</p>

<div data-oembed-url="https://www.facebook.com/share/p/14c3jG1RJEf/">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 0; position: relative; padding-bottom: 66.6667%; padding-top: 120px;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/XHUR2023?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script>
</div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/20260529808ef93bdddce76ffcccf8afa4d6875f102654.jpg' type='image/jpg' length='60259' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. เห็นชอบ ให้ ขสมก. ใช้พื้นที่ของ รฟม. เป็นที่จอดรถโดยสารประจำทาง EV เชื่อมต่อการเดินทางให้กับผู้ใช้รถไฟฟ้า สร้างรายได้ให้ รฟม.]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/507065</link>
<guid isPermaLink="false">b3b086fc4fe5ea05e0ceca18ddba2c53</guid>
<pubDate>Wed, 27 May 2026 14:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ครม. เห็นชอบ ให้ ขสมก. ใช้พื้นที่ของ รฟม. เป็นที่จอดรถโดยสารประจำทาง EV เชื่อมต่อการเดินทางให้กับผู้ใช้รถไฟฟ้า สร้างรายได้ให้ รฟม.</p>

<p>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ใช้พื้นที่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อเป็นที่จอดรถประจำทางและกิจการสาธารณูปโภค จำนวน 3 แห่ง ได้แก่</p>

<p>1. พื้นที่บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุง สถานีคลองบางไผ่ โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม</p>

<p>2. พื้นที่บริเวณลานจอดแล้วจร สถานีเคหะฯ โครงการรถไฟฟ้า สายสีเขียว ช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ</p>

<p>3. พื้นที่บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุงห้วยขวาง</p>

<p>โดยให้คิดค่าตอบแทนการใช้พื้นที่ตามที่ตกลงกันที่กระทรวงคมนาคม เสนอ เพื่อให้ ขสมก. ใช้เป็นอู่จอดรถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) ของ ขสมก. ระยะเช่า 8 ปี นับตั้งแต่ส่งมอบพื้นที่</p>

<p>ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่17 มิถุนายน 2568 อนุมัติให้ ขสมก. เช่ารถโดยสารประจำทาง EV จำนวน 1,520 คัน เพื่อทดแทนรถโดยสารเดิมของ ขสมก. ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 20 - 30 ปี สำหรับประโยชน์ของการเปิดพื้นที่ของ รฟม. ให้ ขสมก. ใช้เป็นอู่จอดรถโดยสารประจำทาง EV เป็นการเพิ่มศักยภาพของพื้นที่พัฒนาเชิงพาณิชย์และพื้นที่ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ของ รฟม. ให้เกิดประโยชน์ เพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า สร้างรายได้ ให้กับ รฟม. ให้บริการประชาชนและเป็นการเชื่อมต่อการเดินทางให้กับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน</p>

<p>ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะเพิ่มมากขึ้น โดย ขสมก. มีแผนลงนามในสัญญาเช่าพื้นที่และรับมอบพื้นที่ในเดือนพฤษภาคม 2569 ปรับปรุงพื้นที่ประมาณ 1 ปี และกำหนดการรับมอบรถงวดที่ 1 ในเดือนเมษายน 2570</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/20260527021807a4c32d3adb688721b13da3c145144421.jpg' type='image/jpg' length='57468' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. เห็นชอบ “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น เฟส 2” บรรจุในพื้นที่ภูมิลำเนา ยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/507062</link>
<guid isPermaLink="false">2871194d438df268d20e23303d1e8bc7</guid>
<pubDate>Wed, 27 May 2026 14:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ครม. เห็นชอบ &ldquo;โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น เฟส 2&rdquo; บรรจุในพื้นที่ภูมิลำเนา ยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย</p>

<p>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการดำเนินงาน &ldquo;โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2&rdquo; พ.ศ. 2569&ndash;2582 ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอ พร้อมอนุมัติงบประมาณรวม 2,037.96 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเพิ่มศักยภาพทักษะความเป็นครูและบริหารจัดการโครงการ ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 1 เพื่อผลิตครูในสาขาและพื้นที่ที่ขาดแคลนให้กับหน่วยงานผู้ใช้ครู ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ กรุงเทพมหานคร ได้อย่างมีคุณภาพ</p>

<p>โดยมุ่งพัฒนาครูให้มีทักษะและสมรรถนะสูง ทั้งด้านวิชาชีพครู ภาษาอังกฤษ และการใช้เทคโนโลยี และยกระดับทักษะ สมรรถนะ และความฉลาดรู้ของผู้เรียนตามแนวทางของโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International Student Assessment : PISA)</p>

<p>ตั้งเป้าผลิตครูคุณภาพสูง จำนวน 16,033 คน รวม 9 รุ่น เริ่มรับนักศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2570 - 2578 เมื่อสำเร็จการศึกษาและผ่านเกณฑ์แล้ว จะได้รับการบรรจุให้เข้ารับราชการครูในพื้นที่ภูมิลำเนา หรือพื้นที่อื่นตามความต้องการของหน่วยงานผู้ใช้ครู โดยมีเงื่อนไขต้องไม่ขอโยกย้ายเป็นระยะ เวลา 5 ปี ซึ่งจะเริ่มบรรจุเข้ารับราชการครู ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2574 - 2582</p>

<p>โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการปฏิรูประบบการผลิตครูและการพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นอย่างมากโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาครูขาดแคลนในพื้นที่ห่างไกลได้ตรงจุดแล้วยังเป็นกลไกหลักในการสร้างครูยุคใหม่ที่มีสมรรถนะสูง พร้อมเปลี่ยนแปลงห้องเรียนและยกระดับขีดความสามารถของเยาวชนไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลได้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/202605275fa3bcc852b4d8c5f66472bd20a91223144337.jpg' type='image/jpg' length='41540' />
</item>
</channel>
</rss>
