<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวเด่น]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/index/id/57</link>
<atom:link href="https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/index/id/57" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาด่านศุลกากรนครพนม เพิ่มเขตศุลกากรจาก 1 เป็น 3 แห่ง รองรับ One Stop Service หนุนการค้าชายแดน–ขนส่งเชื่อมลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/533059</link>
<guid isPermaLink="false">48fafc80eddbd02363b4cf1cfa1a7fad</guid>
<pubDate>Wed, 19 Aug 2026 10:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาด่านศุลกากรนครพนม เพิ่มเขตศุลกากรจาก 1 เป็น 3 แห่ง รองรับ One Stop Service หนุนการค้าชายแดน&ndash;ขนส่งเชื่อมลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้</p>

<p>วันนี้ (19 สิงหาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดด่านศุลกากรและด่านพรมแดน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อเพิ่มเขตศุลกากรของด่านศุลกากรนครพนมจากเดิม 1 แห่ง เป็น 3 แห่ง ให้สอดคล้องกับสถานที่ปฏิบัติพิธีการศุลกากรในปัจจุบัน รองรับการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) และเพิ่มประสิทธิภาพการค้าชายแดนและการขนส่งระหว่างประเทศ</p>

<p>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวกำหนดเขตศุลกากรของด่านศุลกากรนครพนม ประกอบด้วย 1) บริเวณด่านศุลกากรนครพนม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่เดิม 2) บริเวณคลังตรวจสินค้าและเก็บของกลาง หรือคลังสินค้า R8 ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ซึ่งเพิ่มขึ้นใหม่ และ 3) บริเวณอาคารคลังสินค้าศุลกากร ศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ซึ่งเพิ่มขึ้นใหม่เช่นกัน</p>

<p>การเพิ่มพื้นที่ดังกล่าวมีความจำเป็น เนื่องจากกรมศุลกากรได้รับอนุญาตให้ใช้อาคารคลังสินค้า R8 ซึ่งตั้งอยู่ถัดจากแนวรั้วด่านศุลกากรนครพนมเป็นสถานที่ตรวจปล่อยสินค้า ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเปิดใช้งานศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม แต่พื้นที่ทั้งสองแห่งยังไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นเขตศุลกากรตามกฎหมาย จึงต้องปรับปรุงกฎกระทรวงเพื่อให้สามารถดำเนินพิธีการศุลกากรและตรวจปล่อยสินค้าได้อย่างถูกต้อง รวมถึงรองรับการให้บริการนำเข้าและส่งออกในลักษณะ One Stop Service ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>

<p>นางสาวลลิดากล่าวว่า ด่านศุลกากรนครพนมเป็นด่านชายแดนสำคัญ ตั้งอยู่ห่างจากด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย&ndash;ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม&ndash;คำม่วน) ประมาณ 1 กิโลเมตร และเป็นจุดรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศผ่านเส้นทาง R12 ซึ่งเชื่อมไทยกับ สปป.ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ รวมทั้งเชื่อมโยงกับเส้นทางคมนาคมสำคัญ เช่น ทางหลวง AH1 และ Ho Chi Minh Highway จึงมีศักยภาพในการเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำหรับการขนส่งและกระจายสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรของไทย เช่น ทุเรียน ไปยังตลาดจีน</p>

<p>&ldquo;การเพิ่มเขตศุลกากรจาก 1 เป็น 3 แห่ง จะช่วยให้พื้นที่ปฏิบัติงานจริงมีสถานะทางกฎหมายรองรับ สามารถตรวจปล่อยสินค้าและดำเนินพิธีการนำเข้า&ndash;ส่งออกได้สะดวกขึ้น เป้าหมายสำคัญคือทำให้ศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนมสามารถพัฒนาไปสู่การให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและช่วยเพิ่มขีดความสามารถของการค้าชายแดนไทย&rdquo; นางสาวลลิดากล่าว</p>

<p>ทั้งนี้ การกำหนดเขตศุลกากรเพิ่มเติมยังช่วยสนับสนุนการค้า การลงทุน และการขนส่งระหว่างประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บอากรศุลกากร ตลอดจนการตรวจตราและป้องกันการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากร โดยคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปดำเนินการ โดยเฉพาะการเร่งจัดหาอุปกรณ์ พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก และบูรณาการหน่วยงานตรวจปล่อยสินค้าควบคุม เช่น พืช สัตว์ และอาหาร ให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างครบถ้วน พร้อมประชาสัมพันธ์แนวทางและข้อกำหนดการให้บริการแก่ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกอย่างชัดเจนต่อไป.</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/20260819ca3a8f3577a75d27b0ee4dfef5ae6747104838.jpeg' type='image/jpg' length='49489' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ศุภมาส” สั่ง สคบ. เร่งดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเหตุเพลิงไหม้ลาดพร้าว ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ส่วนหน้า พร้อมเตรียมฟ้องคดีแพ่งแทนผู้บริโภค หากไม่ได้รับการเยียวยา]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/521563</link>
<guid isPermaLink="false">2ee9076db8b58b6f2bfc36cfbcffe0db</guid>
<pubDate>Mon, 13 Jul 2026 15:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;ศุภมาส&rdquo; สั่ง สคบ. เร่งดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเหตุเพลิงไหม้ลาดพร้าว ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ส่วนหน้า พร้อมเตรียมฟ้องคดีแพ่งแทนผู้บริโภค หากไม่ได้รับการเยียวยา</p>

<p>วันนี้ (13 กรกฎาคม 2569) เวลา 10.30 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิง &ldquo;โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว&rdquo; ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก พร้อมเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ดูแลผู้บาดเจ็บ อำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์อย่างเร่งด่วน</p>

<p>นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ได้สั่งการให้นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมด้วยนายศรัณย์ รักษ์เผ่า รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค นำทีมเจ้าหน้าที่ สคบ. บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานเขตจตุจักร ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ โดยมอบหมายให้นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ติดตามกำกับการดำเนินงาน และรายงานความคืบหน้าต่อรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง</p>

<p>เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ได้รับผลกระทบ สคบ. ได้ร่วมกับสำนักงานเขตจตุจักร จัดตั้ง &ldquo;ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์และประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ส่วนหน้า)&rdquo; ณ สถานี MRT พหลโยธิน เพื่อรับเรื่องร้องเรียน รับเอกสารและพยานหลักฐาน ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติของผู้เสียชีวิตในการใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย</p>

<p>นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ผู้ที่เข้าไปใช้บริการในสถานประกอบการดังกล่าวถือเป็นผู้บริโภคที่มีสิทธิได้รับความปลอดภัยและการคุ้มครองตามกฎหมาย จึงได้กำชับให้ สคบ. เป็นตัวกลางประสานผู้เสียหายและผู้ประกอบการ เพื่อเร่งเข้าสู่กระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยและการเยียวยา ให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับการชดใช้ค่าเสียหายอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าทรัพย์สินที่เสียหาย และความเสียหายอื่นที่เกี่ยวข้อง</p>

<p>นอกจากนี้ สคบ. จะประสานงานร่วมกับพนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานประกอบการดำเนินการตามกฎหมาย หากผลการตรวจสอบพบว่ามีเหตุอันทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย และผู้ประกอบการไม่แสดงความรับผิดชอบหรือปฏิเสธการเยียวยา คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) พร้อมใช้อำนาจตามกฎหมายดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายแทนผู้บริโภค เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรม โดยผู้เสียหายไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ส่วนความรับผิดชอบทางด้านอาญา ทางพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธินจะต้องดูแลรับผิดชอบต่อไป</p>

<p>&ldquo;สิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ คือการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ สคบ. จะเข้าไปอยู่เคียงข้างผู้เสียหาย ประสานการเยียวยา ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย และใช้กลไกตามกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคอย่างเต็มกำลัง หากผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม สคบ. พร้อมดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุด&rdquo; นางสาวศุภมาส กล่าว</p>

<p>ทั้งนี้ สคบ. ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และขอเชิญผู้ได้รับผลกระทบหรือญาติ ติดต่อยื่นเรื่องร้องทุกข์ได้ที่ ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์และประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ส่วนหน้า) ณ สถานี MRT พหลโยธิน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166, แอปพลิเคชัน OCPB Connect, เว็บไซต์ <a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fwww.ocpb.go.th%2F%3Ffbclid%3DIwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExSE9lRWlja3g3UGd0bjhhdXNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR6IPldEirba9uZ7YhH3IRu922yznrZFrD8A-HQ9oPm625fmj3PBrfwknIEF_g_aem_x0s97BDEjPXyhkhg8cHHLA&amp;h=AUBrhuhTPy3zFsuAwQ7FwcK5-lFLVHLd8453Y5VNFHEKskhGxit1vUjzMp8hI8IlxbNgxrraSUP2EnfDN4fw_eyguUSuMUZbcLOfi_3wu6tMWJ_e580JwWSybeeQVqnrBpLMFORnzjEzXw&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AUBaC308oJk-agetDM1V9JGaMIBeHIUpZsArca4g0yGIvNotf2acUCvHtr0u4vin4CXByZRaXxxsnZZaBk-QUyqe4J0UR8PUYAgpQ55IGzVkgPFQ2jyYRZllCn9cD7g7OFBFiOpU5vlapx9JNnISGKLCgEyl3nAXsV1yLIBEgxgJ5bSjQqQHwa1CGaze5AqmiVtiArlLqT1On_41mUiXgKVoNyPVTJA" rel="nofollow noreferrer" role="link" tabindex="0" target="_blank">www.ocpb.go.th</a> และ ศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/202607136522312b86f5248071443e0154434f73155300.jpeg' type='image/jpg' length='125374' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รองแม่ทัพภาคที่ 4 ต้อนรับ รมว.ศึกษาธิการ ร่วมประชุมติดตามการพัฒนาการศึกษา ย้ำ "การศึกษาคือรากฐานสู่สันติสุขชายแดนใต้"]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/516908</link>
<guid isPermaLink="false">e8c4916a6594b2e0550db6cdafe306df</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2026 15:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>รองแม่ทัพภาคที่ 4 ต้อนรับ รมว.ศึกษาธิการ ร่วมประชุมติดตามการพัฒนาการศึกษา ย้ำ &quot;การศึกษาคือรากฐานสู่สันติสุขชายแดนใต้&quot;</p>

<p>วันนี้ (27 มิถุนายน 2569) ที่ ห้องประชุม 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ค่ายสิรินธร อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ร่วมให้การต้อนรับ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะ ในโอกาสเดินทางปฏิบัติราชการเพื่อติดตามการดำเนินงาน ขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล และรับฟังข้อเสนอแนะจากหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้</p>

<p>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากการตรวจราชการร่วมกับนายกรัฐมนตรีในช่วงที่ผ่านมา โดยกระทรวงศึกษาธิการมุ่งรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้บริหารสถานศึกษาและภาคส่วนต่างๆ เพื่อนำมาพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบททางวัฒนธรรมของพื้นที่ ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าการศึกษาคือกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในระยะยาว จึงต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้แก่เด็กและเยาวชน</p>

<p>ด้าน พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาในฐานะกลไกหลักในการสร้างโอกาสและพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติที่มีทั้งความรู้และคุณธรรม สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างสันติสุข ที่ผ่านมาได้สนับสนุนการจัดการศึกษาทุกระดับ ทั้งโรงเรียนรัฐ เอกชน สถาบันปอเนาะ และสถาบันการศึกษาอื่นๆ พร้อมทั้งลงพื้นที่พบปะครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังข้อจำกัดและนำมาสะท้อนเป็นแนวทางพัฒนาที่ตอบโจทย์พื้นที่อย่างแท้จริง</p>

<p>ในโอกาสนี้ คณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนระบบการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากหน่วยเฉพาะกิจสันติสุข และศูนย์สันติวิธี ซึ่งเน้นย้ำถึงแนวทางการทำงานด้วยสันติวิธีและการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p>

<p>ช่วงท้ายของการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เน้นย้ำถึงทิศทางการทำงานร่วมกันว่า ภารกิจด้านความมั่นคงและด้านการศึกษาต้องเดินหน้าควบคู่กัน การสร้างประชากรที่มีคุณภาพผ่านระบบการศึกษาคือรากฐานที่ยั่งยืนในการแก้ปัญหาพื้นที่ แม้เป็นภารกิจที่ต้องใช้เวลา โดยต้องเริ่มหล่อหลอมตั้งแต่ระดับปฐมวัย และอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนเพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับภูมิภาคต่อไป</p>

<p>ภาพ - ข่าว : NBT ยะลา&nbsp;</p>

<div data-oembed-url="https://www.facebook.com/share/p/1BAD4vfVhH/">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 140px; position: relative;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/bqSn9K5i?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script>
</div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/202606273a033d8d6792d62194238600502b08f2155317.jpeg' type='image/jpg' length='110856' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เอกนัฏ เร่งแผน PDP 2026 เดินหน้า Net Zero ปี 2050 ผลักดันพลังงานสะอาด 60%]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/516577</link>
<guid isPermaLink="false">e75002cc0da40ffc51214280faff6551</guid>
<pubDate>Fri, 26 Jun 2026 10:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เอกนัฏ เร่งแผน PDP 2026 เดินหน้า Net Zero ปี 2050 ผลักดันพลังงานสะอาด 60%</p>

<p>นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ปาฐกถาพิเศษในงาน ROAD TO NET ZERO 2026 &ldquo;Energy Transition: เปลี่ยนผ่านพลังงานไทย สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ&rdquo; ในหัวข้อ &ldquo;ทิศทางพลังงานไทย และความคืบหน้า PDP 2026&rdquo; ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทยต้องดำเนินการควบคู่ทั้งไฟฟ้าและเชื้อเพลิง ที่ปัจจุบันต้องนำเข้าน้ำมันดิบกว่า 90% รวมถึง LNG และก๊าซจากเมียนมา</p>

<p>โดยมุ่งลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าผ่านการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพทั้งเอทานอลและไบโอดีเซล การอุดหนุนราคาน้ำมัน E20 และ B20 ต่ำกว่าน้ำมันพื้นฐานประมาณ 5 บาทต่อลิตร รวมถึงการรักษาสมดุลการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ระหว่างรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป เทคโนโลยีไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศและฐานการผลิตยานยนต์ของไทย</p>

<p>สำหรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2026) ได้กำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเป็น 60% ภายในปี 2050 โดยมีมาตรการสำคัญ ได้แก่ การปลดล็อกการติดตั้ง Solar Rooftop การขยายโควตารับซื้อไฟฟ้าจากภาคครัวเรือน การเปิดเสรี Direct PPA ให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถซื้อขายไฟฟ้าสะอาดได้โดยตรงผ่านโครงข่ายไฟฟ้า และการส่งเสริมพลังงานลมและชีวมวลเพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center และ AI ในอนาคต</p>

<p>ด้านนายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กล่าวว่า การเร่งเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดเป็นภารกิจสำคัญของประเทศ เพื่อรองรับเป้าหมาย Net Zero ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเตรียมความพร้อมต่อกติกาโลกด้านคาร์บอนที่เข้มข้นขึ้น คาดว่าแผน PDP 2026 จะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม&ndash;กันยายน 2569 เพื่อเป็นกรอบขับเคลื่อนระบบพลังงานไทยให้มีความมั่นคง ยั่งยืน และสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในปี 2593</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/20260626b7c4ea3f9d83c2f9d65ee4030b57447b122056.jpeg' type='image/jpg' length='52198' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["ศุภมาส" สั่ง สคบ. ผนึกตำรวจ-ขนส่ง ตามล่าคนขับแอปทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ บี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิด เร่งเยียวยา กู้ภาพลักษณ์ประเทศ]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/508572</link>
<guid isPermaLink="false">643a5f5ffb5f9d6b16ed1d06fe3d8dee</guid>
<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 09:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&quot;ศุภมาส&quot; สั่ง สคบ. ผนึกตำรวจ-ขนส่ง ตามล่าคนขับแอปทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ บี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิด เร่งเยียวยา กู้ภาพลักษณ์ประเทศ</p>

<p>.</p>

<p>วันนี้ (1 มิถุนายน 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สั่งการด่วนให้นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นวัย 52 ปี ที่ถูกคนขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันชื่อดังไล่ลงกลางทางย่านอโศก โดยอ้างว่าค่าโดยสารไม่คุ้มระยะทาง ก่อนตามลงมาทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ ตามที่เพจเฟซบุ๊ก &quot;เจ๊ม้อย v+&quot; เผยแพร่ สอดรับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว</p>

<p>.</p>

<p>นางสาวศุภมาส กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ละเมิดสิทธิผู้บริโภคอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ผู้บริโภคหมายถึงผู้ใช้สินค้าหรือผู้รับบริการ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นคนไทย นักท่องเที่ยวรายนี้จึงได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมคนไทย และตามมาตรา 4 ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับความปลอดภัยจากการใช้บริการ คือเรียกรถแล้วต้องถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ไม่ใช่ถูกทิ้งกลางทางหรือถูกทำร้าย มีสิทธิได้รับความเป็นธรรม เมื่อทำความตกลงจองรถและจ่ายค่าโดยสารแล้ว คนขับต้องส่งถึงปลายทาง จะอ้างว่าค่าโดยสารไม่คุ้มแล้วไล่ลงกลางทางไม่ได้ และมีสิทธิได้รับการชดเชยเมื่อเกิดความเสียหาย กรณีนี้เข้าข่ายครบทุกข้อ</p>

<p>.</p>

<p>ทั้งนี้ สคบ. กำหนดเรียกบริษัทผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเข้าชี้แจงในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ สคบ. เพื่อตรวจสอบมาตรการคัดกรองคนขับและบทลงโทษ พร้อมเรียกร้องให้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดชอบและเยียวยาความเสียหาย และในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 จะเชิญผู้ประกอบการในลักษณะเดียวกันประมาณ 13 ราย มาประชุมวางแนวทางกำกับดูแลให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน</p>

<p>.</p>

<p>&quot;ดิฉันยอมให้ผู้ให้บริการที่ไร้ความรับผิดชอบเอาเปรียบและทำร้ายผู้บริโภคไม่ได้ ยิ่งผู้เสียหายเป็นนักท่องเที่ยว เป็นแขกบ้านแขกเมือง เรื่องนี้กระทบกับภาพลักษณ์ประเทศ แพลตฟอร์มต้นสังกัดต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยและความเสียหายของผู้โดยสารที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่แบนคนขับออกจากระบบแล้วถือว่าจบ&quot; นางสาวศุภมาส กล่าว</p>

<p>.</p>

<p>นางสาวศุภมาส กล่าวว่า กรณีนี้สะท้อนปัญหาเชิงระบบทั้งตัวรถ ตัวคนขับ และระบบคัดกรองของแพลตฟอร์ม จึงสั่งการให้ สคบ. บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเร่งติดตามตัวคนขับที่หลบหนีมาดำเนินคดี กรมการขนส่งทางบกที่กำกับตัวรถและใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ที่กำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมและให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่ผู้เสียหาย และรายงานผลภายใน 30 วัน</p>

<p>.</p>

<p>นางสาวศุภมาส ยังชื่นชมน้ำใจพลเมืองดีในพื้นที่ที่เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจนเหตุไม่บานปลาย โดยกล่าวว่า &quot;น้ำใจของคนไทยในยามคับขันคือสิ่งที่ช่วยกอบกู้ความรู้สึกและภาพลักษณ์ของประเทศไว้ได้ รัฐบาลขอขอบคุณจากใจจริง&quot;</p>

<p>.</p>

<p>หากพบพฤติกรรมที่กระทบสิทธิผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ ร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ <a href="https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Focpb.go.th%2F%3Ffbclid%3DIwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExVWt4Z25hdWtsNkdQaGNPTHNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR5TUbpxwhX9kkBsnyBpe6U8NaaCrsRz3vqCpA9msr9LD5QffmbYZPhxXb6YJw_aem_uWAqien8qhAzU_riM4PWNA&amp;h=AUBeRrqd9g40pcxZFHHkU4RZ0QAlFv2RKPuJPhR4nhoYbp36T7D_OESEwN8SF-MsPsM5lYPfF_F0tVy-kp9xAVKO4TwIIN-dJOswRXuGq-aS-idS2WVLUYjehECRaqem34EIomag_V1PGA&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AUBxnsoVN9aqg85efBk1Q5nqJQcfPUZ57QS8mzZlFBs0jYpSpBPmMyyU5XVjg0fG0AcsiyLoOsBYbNdj2led48h_qO6YZkQhB2uFn_M-IwNRMyVQvzHBEMg9ssLe8Tp1F91b1o5bQwPg4DKw8UnRzWCmJ0INYnQ_VgaivJ6zcby1IUMpMOokQmWULqDS3PJBGghWuJqw04P8CsFzLYMDAeqNbw" rel="nofollow noreferrer" role="link" tabindex="0" target="_blank">ocpb.go.th</a> และศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ติดต่อสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/202606029e21501baecf8cff24d77b9cf97c976d095959.jpg' type='image/jpg' length='29010' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ “นวัคคหายุสมธัมม์” ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ ​วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ พระอุโบสถ วัดราชาธิวาสวิหาร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/508568</link>
<guid isPermaLink="false">9f34751f62f01ef7260b0dd68bb077be</guid>
<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 09:58:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ &ldquo;นวัคคหายุสมธัมม์&rdquo; ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ ​วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ พระอุโบสถ วัดราชาธิวาสวิหาร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร</p>

<p>นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ &ldquo;นวัคคหายุสมธัมม์&rdquo; เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตลอดจนพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน</p>

<p>การจัดพิธีในครั้งนี้ สำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับวัดราชาธิวาสวิหารจัดขึ้น เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย พร้อมกันนี้ ผู้เข้าร่วมพิธีได้ร่วมกันเจริญจิตตภาวนา อธิษฐานจิตขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน มีพระอนามัยสมบูรณ์แข็งแรง และทรงเป็นฉัตรแก้วร่มเย็นของปวงชนชาวไทยสืบไป&nbsp;</p>

<div data-oembed-url="https://www.facebook.com/share/p/1CZLNaC7Px/">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 0; position: relative; padding-bottom: 66.6667%; padding-top: 120px;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/3mlnnrjq?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script>
</div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/20260602cea152fe6ac7dbc240bf81a69e12cddf095840.jpg' type='image/jpg' length='55183' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลดัน AI ช่วยร้านค้ารายย่อย เปิดตัว “นกกระซิบ” ผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน–ราคาวัตถุดิบ เริ่มใช้งาน 1 มิถุนายนนี้]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/508567</link>
<guid isPermaLink="false">a4195dfe1971d65569c6ce8ce93fc217</guid>
<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 09:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>รัฐบาลดัน AI ช่วยร้านค้ารายย่อย เปิดตัว &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; ผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยวิเคราะห์ยอดขาย&ndash;ต้นทุน&ndash;ราคาวัตถุดิบ เริ่มใช้งาน 1 มิถุนายนนี้</p>

<p>(1 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการรายย่อยและร้านค้าชุมชน ด้วยการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการร้านค้า ผ่านการเปิดให้บริการ &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; ผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อช่วยร้านค้าในโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส 60/40&rdquo; เข้าถึงข้อมูลสำคัญและบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>

<p>รองโฆษกฯ กล่าวว่า &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; เป็น AI Chatbot สำหรับร้านค้า ที่ช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับโครงการไทยช่วยไทย พลัส และการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ บนแอปพลิเคชันถุงเงิน โดยร้านค้าสามารถพิมพ์คำถาม หรือเลือกคำถามแนะนำ (Preset Question) เพื่อสอบถามข้อมูลได้ทันที ช่วยลดขั้นตอนการค้นหาข้อมูล และเพิ่มความสะดวกในการใช้งานระบบดิจิทัลของภาครัฐ</p>

<p>นอกจากนี้ รัฐบาลยังต่อยอดศักยภาพของ AI ให้ช่วยผู้ประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจได้แบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และวางแผนบริหารร้านค้าได้แม่นยำมากขึ้น โดยมีฟีเจอร์สำคัญ ได้แก่</p>

<p>1. วิเคราะห์ยอดขายอัตโนมัติ</p>

<p>&ldquo;นกกระซิบ&rdquo; จะนำข้อมูลการขายจริงของร้านค้ามาสรุปให้อ่านง่าย เพื่อช่วยเจ้าของร้านบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการสรุปยอดขายรายวัน จำนวนรายการขาย วิเคราะห์ช่วงเวลาทองที่ขายดีที่สุด รวมถึงช่วยวางแผนสต็อกสินค้าและการจัดเตรียมพนักงานให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่มีลูกค้าหนาแน่น</p>

<p>2. เช็กราคากลางวัตถุดิบรายวัน</p>

<p>AI จะเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อแสดงราคากลางเฉลี่ยของวัตถุดิบสำคัญ เช่น หมู ไก่ และเนื้อสัตว์ต่าง ๆ แบบวันต่อวัน ช่วยให้ร้านค้าติดตามต้นทุนได้สะดวกขึ้น และตัดสินใจวางแผนการซื้อวัตถุดิบได้แม่นยำ</p>

<p>3. คำนวณกำไรและต้นทุนเบื้องต้น</p>

<p>ระบบจะช่วยให้ร้านค้าวิเคราะห์ต้นทุนปัจจุบัน เปรียบเทียบกับราคาขาย เพื่อช่วยประเมินว่าราคาสินค้าที่ตั้งไว้มีกำไรเพียงพอหรือไม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและวางแผนธุรกิจระยะยาว</p>

<p>ทั้งนี้ &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; รองรับการใช้งานบนแอปพลิเคชันถุงเงิน เวอร์ชัน 5.50.0 ขึ้นไป และเปิดให้ร้านค้าทุกประเภทสามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อเข้าสู่ระบบในฐานะเจ้าของร้านค้า</p>

<p>นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจฐานราก โดยต้องการให้ร้านค้าสามารถใช้ข้อมูลจริงมาช่วยตัดสินใจทางธุรกิจ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และแข่งขันได้ในเศรษฐกิจยุคดิจิทัล</p>

<p>&ldquo;รัฐบาลต้องการให้ AI เป็นเครื่องมือสร้างโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก ให้เข้าถึงข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น ใช้เทคโนโลยีช่วยวางแผนธุรกิจได้จริง และใช้ประโยชน์จากมาตรการของรัฐได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ&rdquo; รองโฆษกฯ กล่าว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/2026060285e8737521df56a1cc0bf768b0871c4b095742.jpg' type='image/jpg' length='33583' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จิตอาสาพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี กับพระราชปณิธาน "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ"]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/508565</link>
<guid isPermaLink="false">e6007e4f3e0e0975bd6edbb9a7472eab</guid>
<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 09:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>จิตอาสาพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี กับพระราชปณิธาน &quot;เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ&quot;</p>

<p>สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงมีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการแบ่งเบาพระราชภารกิจของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยทรงเน้นการส่งเสริมความสมัครสมานสามัคคีผ่านโครงการ &quot;จิตอาสาพระราชทาน&quot; ตามแนวพระราชดำริ พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม มุ่งเน้นให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีความรัก ความสามัคคี และร่วมกันทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพื่อให้ประเทศชาติมีความมั่นคงและพสกนิกรมีความสุขอย่างยั่งยืน</p>

<p>ในห้วงวิกฤตการณ์ต่าง ๆ พระองค์ทรงขับเคลื่อนงานจิตอาสาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรอย่างใกล้ชิด ดังเช่น ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทรงเย็บหน้ากากผ้าด้วยพระองค์เองเพื่อเป็นต้นแบบในการผลิตพระราชทานแก่ประชาชน รวมถึงการพระราชทานเครื่องมือแพทย์และถุงยังชีพผ่านเครือข่ายจิตอาสาไปยังพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้ เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยหรือสาธารณภัยในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งสองพระองค์จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยทหารและประชาชนจิตอาสาร่วมกันเข้าช่วยเหลือ ฟื้นฟู และมอบสิ่งของพระราชทานเพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้ประสบภัยโดยทันที</p>

<p>พระราชกรณียกิจผ่านโครงการจิตอาสาพระราชทานนี้ มิได้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการสร้างรากฐานทางสังคมที่เข้มแข็งผ่านการ &ldquo;ปลูกจิตสำนึกรักบ้านเกิด&rdquo; และการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชน ด้วยพระราชหฤทัยที่ทรงต้องการให้หน่วยงานทุกภาคส่วนและประชาชนทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทำให้โครงการจิตอาสาพระราชทานกลายเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความสุขที่ยั่งยืนแก่คนไทย ภายใต้พระราชปณิธานในการ &ldquo;สืบสาน รักษา และต่อยอด&rdquo; พลังแห่งความดีให้แผ่ไพศาลไปทั่วผืนแผ่นดินไทย&nbsp;</p>

<div data-oembed-url="https://www.facebook.com/share/p/1D4ELfbwod/">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 170px; position: relative;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/Rp5JPIJy?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script></div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/202606022e01e444f122e028def660cf19d6c587095705.jpg' type='image/jpg' length='46058' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“Pride Month 2026” ตอกย้ำความสำเร็จกฎหมายสมรสเท่าเทียม ความเท่าเทียมทางเพศ กระตุ้นการท่องเที่ยว ดันไทยสู่เจ้าภาพ World Pride 2030]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/508560</link>
<guid isPermaLink="false">f26bb9568d60b298119e195bf0040fc1</guid>
<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 09:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;Pride Month 2026&rdquo; ตอกย้ำความสำเร็จกฎหมายสมรสเท่าเทียม ความเท่าเทียมทางเพศ กระตุ้นการท่องเที่ยว ดันไทยสู่เจ้าภาพ World Pride 2030</p>

<p>Pride Month หรือ &ldquo;เดือนแห่งความภาคภูมิใจ&rdquo; เป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ ส่งเสริมความเท่าเทียม สิทธิมนุษยชน และการยอมรับความแตกต่างในสังคม โดยมีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์ Stonewall Riots ในนครนิวยอร์ก เมื่อปี ค.ศ. 1969 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลก จึงทำให้เดือนมิถุนายนได้รับการกำหนดให้เป็น Pride Month และมีการจัดกิจกรรมรณรงค์เฉลิมฉลองในหลายประเทศทั่วโลก</p>

<p>ซึ่งประเทศไทยเริ่มต้นจัดงาน Pride ครั้งแรกในปี 2542 ภายใต้ชื่องาน &ldquo;Bangkok Gay Festival 1999&rdquo; หลังจากนั้นได้มีการจัดงาน Pride Month ในประเทศไทยอย่างจริงจังในช่วงปี 2022&ndash;2025 และในปี 2025 รัฐบาลได้เปิดกิจกรรม Amazing Thailand Love Wins Festival ภายใต้โครงการ Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจของชุมชน LGBTQIAN+ ทั่วโลก เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่สนับสนุนความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ พร้อมเป็น Pride Destination ระดับโลกอย่างแท้จริง</p>

<p>พร้อมทั้งผลักดัน &ldquo;กฎหมายสมรสเท่าเทียม&rdquo; จนประสบความสำเร็จ มีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 23 มกราคม 2568 เพื่อมอบสิทธิให้กับบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศไม่ว่าเพศใดสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียมภายใต้กฎหมาย ซึ่งกลุ่ม LGBTQ+ ยังเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยว การจ้างงาน และส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะสังคมที่เปิดกว้างและเคารพความหลากหลาย</p>

<p>การจัดงาน &ldquo;Bangkok Pride Festival 2026&rdquo; จึงเป็นการสะท้อนความสำเร็จของประเทศไทยในการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยจะมีการจัดกิจกรรม Pride Month ทุกภูมิภาคตลอดเดือนมิถุนายน 2569 และเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน &ldquo;World Pride 2030&rdquo; เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีรุ้ง (Rainbow Economy) ส่งเสริมการท่องเที่ยว ยกระดับทุนทางวัฒนธรรม และสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียมและการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/20260602534770daf10f292645dd5fffd8792bf1095403.jpg' type='image/jpg' length='66953' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พม. MOU ขับเคลื่อนจังหวัดนําร่องเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ เตรียมพร้อมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Pride 2030]]></title>
<link>https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/507627</link>
<guid isPermaLink="false">1a51021c46e46a15d49bc38d39919545</guid>
<pubDate>Fri, 29 May 2026 10:28:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>พม. MOU ขับเคลื่อนจังหวัดนําร่องเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ เตรียมพร้อมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Pride 2030</p>

<p>นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือภาคีในการขับเคลื่อนจังหวัดนำร่องเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ (Pride City Network) โดยการลงนาม MOU ครั้งนี้ เป็นการประสานความร่วมมือเพื่อยกระดับจังหวัดให้เป็นพื้นที่แห่งความเท่าเทียม ปลอดภัย และมีความพร้อมในทุกมิติสู่มาตรฐานสากล เพื่อการเตรียมความพร้อมและสนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพระดับโลก World Pride 2030 ของประเทศไทย</p>

<p>หากสำเร็จจะเป็นครั้งแรกที่งานระดับโลกนี้จะถูกจัดขึ้นบนพื้นที่ทวีปเอเชีย เนื่องจากกรุงเทพมหานคร ถูกนำเสนอในฐานะ &ldquo;เมืองที่ให้คุณได้เป็นตัวเองอย่างแท้จริง&rdquo; (The city that lets you be yourself) และกลุ่ม LGBTQ+ ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง มีกำลังซื้อสูง มีความถี่ในการเดินทางบ่อย และระยะเวลาพำนักยาวนานกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งตลาดท่องเที่ยวของชาว LGBTQ+ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี สำหรับประเทศไทยการจัดงาน Pride Month ในแต่ละปีสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ไม่ต่ำกว่า 4,000 - 10,000 ล้านบาท</p>

<p>นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ต เตรียมจัดงาน &ldquo;Phuket Pride Festival 2026&rdquo; ระหว่างวันที่ 1 - 7 มิถุนายน 2569 ซึ่งสะท้อนถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสร้างสังคมที่เปิดกว้าง เคารพในความหลากหลาย ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม และยกระดับเทศกาล Pride ของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล เป็นมิตร ปลอดภัย ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความเท่าเทียม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/20260529fc376f168f9c3416f1b94b8797aeb91b102821.jpg' type='image/jpg' length='62301' />
</item>
</channel>
</rss>
