นครพนมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “รากนครา เมืองโบราณท่าค้อ” นำทุนทางประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ชุมชน มาสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ พร้อมต่อยอดคุณค่าทางวัฒนธรรมสู่โอกาสทางเศรษฐกิจและรายได้ของคนในพื้นที่
วันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 09.45 น. นายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธีเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “รากนครา เมืองโบราณท่าค้อ” ภายใต้โครงการกิจกรรมสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ “UNSEEN THAI THAI” เสน่ห์วัฒนธรรมทั่วไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “รากนครา เมืองโบราณท่าค้อ” ตำบลท่าค้อ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม โดยมีนางยลกานต์ เที่ยงแท้ วัฒนธรรมจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายสภาวัฒนธรรม ภาคเอกชน ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว สื่อมวลชน และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม
การเปิดเส้นทางครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย “Thai Thai” ของกระทรวงวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “ROOT to RICH : จากรากวัฒนธรรม สู่มูลค่าเศรษฐกิจ” ที่มุ่งนำทุนทางวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ ทั้งมรดกทางประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา อัตลักษณ์ วิถีชีวิต และประเพณี มาพัฒนาและต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่ม สร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายประโยชน์สู่ชุมชน ควบคู่กับการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป
สำหรับจังหวัดนครพนม “รากนครา เมืองโบราณท่าค้อ” ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ในแหล่ง “UNSEEN THAI THAI” เสน่ห์วัฒนธรรมทั่วไทย ประจำปี 2569 ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวิถีวัฒนธรรมของตำบลท่าค้อให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ตลอดจนพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงเรื่องราวของชุมชนกับแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ภายในกิจกรรมมีการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงแหล่งประวัติศาสตร์และวัดสำคัญ 5 แห่ง ได้แก่ วัดร้างศรีจันทร์ วัดก้อนเส้า วัดท่าหนองจันทร์ วัดบ้านเมืองเก่า และวัดแต้มร้าง พร้อมกิจกรรมฐานเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากใบตองที่ปลูกด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ สะท้อนการนำทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ ต่อยอดเป็นองค์ความรู้และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน
“รากนครา เมืองโบราณท่าค้อ” จึงไม่เพียงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่พาผู้มาเยือนย้อนรอยเรื่องราวในอดีต แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยง “ประวัติศาสตร์–วัฒนธรรม–วิถีชีวิต–ภูมิปัญญา” เข้าด้วยกัน เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าและรายได้ พร้อมเดินหน้าสู่การเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนมอย่างยั่งยืน