นครพนมเดินหน้าสร้างความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่างไทย–สปป.ลาว จัดโครงการอบรมหลักสูตร “สะพานกฎหมายข้ามโขง : ขับเคลื่อนชีวิต/เศรษฐกิจนครพนม–คำม่วน”

นครพนมเดินหน้าสร้างความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่างไทย–สปป.ลาว จัดโครงการอบรมหลักสูตร “สะพานกฎหมายข้ามโขง : ขับเคลื่อนชีวิต/เศรษฐกิจนครพนม–คำม่วน”

วันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดนครพนม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของแขวงคำม่วน สปป.ลาว จัดโครงการอบรมหลักสูตร “สะพานกฎหมายข้ามโขง : ขับเคลื่อนชีวิต/เศรษฐกิจนครพนม–คำม่วน” โดยมี นายมงคล จิรชัยสกุล รองอัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบนโยบาย พร้อมด้วย ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ท่านคำแดง สีบุญเรือง หัวหน้าองค์การอัยการแขวงคำม่วน สปป.ลาว นายอมรเทพ พบกิจไพศาล อัยการจังหวัดนครพนม ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน พนักงานอัยการแขวงคำม่วน วิทยากร และผู้เข้ารับการอบรมเข้าร่วม ณ โรงแรมชีวาโขง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม

ในการนี้ ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม บรรยายในหัวข้อ “บริบท วิถีชีวิต/เศรษฐกิจชายแดน นครพนม-คำม่วน” โดยกล่าวว่า จังหวัดนครพนมและแขวงคำม่วนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันทั้งด้านวิถีชีวิต เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการเดินทางติดต่อระหว่างประชาชน โดยมีแม่น้ำโขงเป็นทั้งเส้นแบ่งเขตแดนและในขณะเดียวกันเป็นเสมือนสะพานที่เชื่อมโยงประชาชนของทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน เมื่อการเดินทางและการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจข้ามแดนมีความสะดวกมากขึ้น ประชาชนไทยมีแนวโน้มเดินทางไปทำงาน ประกอบธุรกิจ และดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ใน สปป.ลาว เพิ่มขึ้น การมีความรู้และความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายของประเทศที่เข้าไปอยู่อาศัยหรือประกอบกิจการจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดจากการไม่รู้หรือเข้าใจกฎหมายคลาดเคลื่อน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และการประกอบอาชีพ

ทั้งนี้ การอบรมครอบคลุมสาระสำคัญเกี่ยวกับ บริบทและวิถีชีวิต/เศรษฐกิจชายแดนนครพนม–คำม่วน หลักกฎหมายอาญาเบื้องต้นและข้อควรรู้สำหรับผู้ที่อยู่อาศัยหรือปฏิบัติงานใน สปป.ลาว หลักกฎหมายแพ่งและกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเบื้องต้น ตลอดจนแนวทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางกฎหมายระหว่างไทย–สปป.ลาว และกรอบความร่วมมืออาเซียน นอกจากนี้ การอบรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของ บันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดแห่งราชอาณาจักรไทยกับองค์การอัยการประชาชนสูงสุดแห่ง สปป.ลาว ที่มุ่งส่งเสริมการพบปะ การประสานงาน และการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานอัยการในระดับท้องถิ่นของทั้งสองประเทศ 

 


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar