“มนพร” ชูคืนอำนาจประชาชน หนุนแก้รัฐธรรมนูญ พร้อมเปิดเวทีสร้างการมีส่วนร่วม พัฒนาเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวนครพนม
วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม เขต 2 เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลนาขมิ้น อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม โดยมีความร่วมมือจากพรรคเพื่อไทย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครพนม องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม องค์การบริหารส่วนตำบลนาขมิ้น ตลอดจนภาคการเมือง ภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ภายในงานมี นายอนุชิต หงษาดี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ว่าที่ร้อยตรีพีรยุทธ ตั้งตระกูล ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม สมาชิกสภา อบจ.นครพนม ในพื้นที่อำเภอโพนสวรรค์ นางสุมารี ตะวะนะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาขมิ้น ผู้นำท้องถิ่น และตัวแทนภาคประชาชน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของภาคการเมืองและประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่น
นางมนพร กล่าวว่า การเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และอนาคตของประชาชน การส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม จะช่วยให้ประชาชนตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเอง สามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาท้องถิ่น รวมถึงร่วมผลักดันนโยบายภาครัฐและสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ยังกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นนโยบายสำคัญของพรรค เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ผ่านการจัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับหลักประชาธิปไตย แม้การผลักดันยังมีความล่าช้าจากความเห็นที่แตกต่างกันของพรรคร่วมรัฐบาล
นอกจากนี้ นางมนพรยังแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาในปัจจุบัน โดยระบุว่า ระบบการเลือกแบบไขว้ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดข้อครหาและข้อถกเถียงเกี่ยวกับกระบวนการได้มาของ สว. พร้อมย้ำว่า หากสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและสะท้อนเจตจำนงของประชาชนได้อย่างแท้จริง
นางมนพรกล่าวย้ำว่า อำนาจสูงสุดในระบอบประชาธิปไตยเป็นของประชาชน การคืนอำนาจให้ประชาชนผ่านกระบวนการเลือกตั้งและการมีส่วนร่วมทางการเมือง คือรากฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศและสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาธิปไตยในระยะยาว