มาตรการแก้หนี้ลูกค้าธนาคารกลุ่มเปราะบาง หลังสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้นหลังโควิด-19

มาตรการแก้หนี้ลูกค้าธนาคารกลุ่มเปราะบาง หลังสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้นหลังโควิด-19

เพราะการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชนถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุด มีข่าวดีสำหรับลูกหนี้ลูกค้าธนาคาร จากที่สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิกช่วยเหลือลูกหนี้ลูกค้าธนาคารผ่านการแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ได้มีการปรับเป็นมาตรการช่วยเหลือเป็นแบบแบบเฉพาะจุดหลังสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้น

จากปัญหาหนี้ครัวเรือน ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ความมั่นคงและการเติบโตของเศรษฐกิจ ภาคธนาคารจึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในการปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการดูแลลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่มีอยู่เดิม และมาตรการเพิ่มเติมที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา โดยสำหรับปี 2567 จะเป็นการดูแลลูกหนี้สอดรับกับการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกหนี้ตั้งแต่ก่อนเป็นหนี้ ระหว่างเป็นหนี้ และการแก้ไขปัญหาหนี้ ภายใต้ความร่วมมือของสมาคมธนาคารไทย และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมี 3 แนวทางมาตรฐาน คือ

1. ช่วยลูกหนี้ต่อเนื่องด้วยการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยจะเสนอแนวทางปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้ที่เริ่มมีปัญหาชำระหนี้แต่ยังไม่เป็นหนี้เสีย ( NPL) อย่างน้อย 1 ครั้ง และลูกหนี้ที่มีปัญหาชำระหนี้ที่เป็นหนี้เสีย (NPL) อย่างน้อย 1 ครั้ง โดยลูกหนี้ไม่ถูกโอนขายหนี้ก่อนครบกำหนด 60 วัน นับจากวันที่เสนอเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้

2. ช่วยลูกหนี้เรื้อรังกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถปิดจบหนี้ได้ โดยลูกหนี้เรื้อรังกลุ่มเปราะบาง จะได้รับความช่วยเหลือให้ปิดจบหนี้ได้เร็วยิ่งขึ้น ภายใน 5 ปี และลดภาระดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้น

ด้วยอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี

3. คุ้มครองสิทธิลูกหนี้ให้เป็นธรรมยิ่งขึ้น ไม่คิดค่าปรับไถ่ถอนสินเชื่อก่อนกำหนด สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลทุกประเภท ยกเว้นกรณีรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านในช่วงเวลา 3 ปีแรกและค่าธรรมเนียมอื่นที่ไม่เป็นไปตามระเบียบของธปท. ลูกหนี้จะได้รับข้อมูลสำคัญถูกต้องครบถ้วนและเปรียบเทียบได้ ผ่านสื่อโฆษณา การเสนอขายและการแก้หนี้ รวมถึงไม่คิดดอกเบี้ยบนดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อที่ให้แก่ลูกหนี้รายย่อย (รวมบัญชีเดินสะพัดของสินเชื่อวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี)

หากลูกหนี้ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ หรือขอคำปรึกษาการแก้ปัญหาหนี้ สามารถติดต่อธนาคารของลูกค้า ผ่านสำนักงานสาขา หรือติดต่อคอลเซ็นเตอร์(Call Center)ของธนาคาร โดยติดต่อสอบถามกับเจ้าหน้าที่สินเชื่อ หรือฝ่ายงานที่ดูแลสินเชื่อของลูกหนี้ ถือเป็นการช่วยเหลือลูกหนี้ลูกค้าธนาคารที่ตรงจุดมากขึ้นและสอดคล้องกับความจำเป็นของบุคคลและสภาวการณ์ ช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

แหล่งที่มาข้อมูล:

ข่าวทำเนียบรัฐบาล: https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/78156

ธนาคารกรุงไทย https://krungthai.com/.../financi.../learn-financial/1571...(Non,%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A7%22%20%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความ


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar